GAT PAT

GAT PAT คือะไ    GAT/PAT (General Aptitude Test/Professional and Academic Aptitude Test)

 

ความถนัดทั่วไป (GAT : General Aptitude Test)
คือ การวัดศักยภาพในการเรียนในมหาวิทยาลัยให้ประสบความสำเร็จ แยกได้ 2 ส่วน คือ
1. ความสามารถในการอ่าน เขียน คิดวิเคราะห์ และแก้โจทย์ปัญหา 50 %
2. ความสามารถในการสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษ 50 %
 
ความถนัดทางวิชาชีพและวิชาการ (PAT :Professional and Academic Aptitude Test)
คือ ความรู้ที่เป็นพื้นฐานที่จะเรียนต่อในวิชาชีพนั้น ๆ กับศักยภาพที่จะเรียนในวิชาชีพนั้น ๆให้ประสบความสำเร็จ มี 7 ประเภท คือ
1. PAT 1 ความถนัดทางคณิตศาสตร์
2. PAT 2 ความถนัดทางวิทยาศาสตร์
3. PAT 3 ความถนัดทางวิศวกรรมศาสตร์
4. PAT 4 ความถนัดทางสถาปัตยกรรมศาสตร์
5. PAT 5 ความถนัดทางวิชาชีพครู
6. PAT 6 ความถนัดทางศิลปกรรมศาสตร์
7. PAT 7 ความถนัดทางภาษาต่างประเทศ
PAT 7.1 ภาษาฝรั่งเศส
PAT 7.2 ภาษาเยอรมัน
PAT 7.3 ภาษาญี่ปุ่น
PAT 7.4 ภาษาจีน
PAT 7.5 ภาษาอาหรับ
PAT 7.6 ภาษาบาลี
 
 ที่มา:niets
 
 
 คำถามที่พบบ่อย
 
คำถาม  GAT / PATที่เรามักพบบ่อยๆ  

1. องค์ประกอบในการพิจารณาคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยของรัฐในระบบ Admissions กลาง ในปีการศึกษา 2553 มีอะไรบ้าง 
ตอบ  1. GPAX ผลการเรียนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตร ม.ปลาย หรือเทียบเท่า 20%
        2. O-NET (8 กลุ่มสาระฯ) 30%
        3. ความถนัดทั่วไป (GAT) 10-50%
        4. ความถนัดทางวิชาการและวิชาชีพ (PAT) 0-40%
            รวม 100% 

2. ความถนัดทั่วไป (GAT : General Aptitude Test) คืออะไร 
ตอบ การวัดศักยภาพในการเรียนในมหาวิทยาลัยให้ประสบความสำเร็จ แยกได้ 2 ส่วน
ส่วนที่ 1 คือ ความสามารถในการอ่าน เขียน คิดวิเคราะห์ และแก้โจทย์ปัญหา 50%
ส่วนที่ 2 คือ ความสามารถในการสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษ 50% 

3. ความถนัดทางวิชาชีพและวิชาการ (PAT) คืออะไร 
ตอบ ความรู้ที่เป็นพื้นฐานที่จะเรียนต่อในวิชาชีพนั้น ๆ กับศักยภาพที่จะเรียนในวิชาชีพนั้น ๆประสบความสำเร็จ 

4. ความถนัดทางวิชาชีพและวิชาการ (Professional and Academic Aptitude Test หรือ PAT) มีกี่ประเภท 


ตอบ มี 7 ประเภท คือ
PAT 1 ได้แก่ ความถนัดทางคณิตศาสตร์ ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ
(1) ความรู้ในวิชาคณิตศาสตร์ พีชคณิต เรขาคณิต Calculus สถิติ ฯลฯ
(2) ความถนัดในการเรียนคณิตศาสตร์ในมหาวิทยาลัยให้ประสบความสำเร็จ เช่น การคิดแบบนักคณิตศาสตร์ การแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์
การอ่านเรื่องทางคณิตศาสตร์แล้วเข้าใจแก้ปัญหาตามกระบวนการคณิตศาสตร์ เป็นต้น

PAT 2 ได้แก่ ความถนัดทางวิทยาศาสตร์ ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ
(1) ความรู้ในทางวิทยาศาสตร์ที่จะเรียนในคณะวิทยาศาสตร์ และคณะอื่นที่เกี่ยวข้องได้ เช่น ความรู้ในเรื่องเคมี ชีววิทยา ฟิสิกส์ earth science, ICT เป็นต้น
(2) ความถนัดในการเรียนวิทยาศาสตร์ในมหาวิทยาลัยประสบผลสำเร็จเช่นการคิดแบบ นักวิทยาศาสตร์ การแก้ปัญหาด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ ฯลฯ

PAT 3 ได้แก่ ความถนัดทางวิศวกรรมศาสตร์ ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ
(1) ความรู้พื้นฐานที่จะเรียนต่อในคณะวิศวกรรมศาสตร์สำเร็จ เช่น ความรู้ทางคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี เป็นต้น
(2) ความถนัดในการเรียนวิศวกรรมในมหาวิทยาลัยประสบความสำเร็จ เช่น การคิดแบบวิศวกร การแก้ปัญหาทางวิศวกรรม เป็นต้น

PAT 4 ได้แก่ ความถนัดทางสถาปัตยกรรมศาสตร์ ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ
(1) ความรู้พื้นฐานที่จะเรียนต่อในคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์สำเร็จ เช่น ความรู้ทางคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ศิลปกรรม ฯลฯ
(2) ความถนัดในการเรียนในคณะสถาปัตย์ในมหาวิทยาลัยประสบความสำเร็จ เช่น มองเห็นภาพ 3 มิติในใจ การออกแบบ ฯลฯ

PAT 5 ได้แก่ ความถนัดทางครู ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ
(1) ความรู้พื้นฐานที่จะเรียนต่อในคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์สำเร็จ เช่น ความรู้พื้นฐานทางคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคม ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ฯลฯ
(2) ความถนัดในการเรียนในคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์สำเร็จ หรือแววในการจะเป็นครู เช่น ความสามารถในการแสวงหาความรู้ ทักษะสื่อสารรู้เรื่อง ฯลฯ 

PAT 6 ได้แก่ ความถนัดทางศิลปะ ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ
(1) ความรู้ในทฤษฎีทัศนศิลป์ นาฏศิลป์ ดนตรี และความรู้อื่นที่เป็นพื้นฐานที่จะเรียนในคณะศิลปกรรม หรือที่เกี่ยวข้องประสบความสำเร็จ
(2) ความถนัดในการเรียนศิลปะ เช่น ความคิดสร้างสรรค์ ฯลฯ

PAT 7 ได้แก่ ความถนัดในการเรียนภาษาต่างประเทศ ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ
(1) ความรู้เรื่องไวยากรณ์ หลักภาษา วรรณกรรม วรรณคดี ฯลฯ
(2) ความสามารถในการฟัง พูด อ่าน เขียน สรุป ย่อความ ขยายความ สังเคราะห์ วิเคราะห์ ฯลฯ
มี 6 ภาษา คือ ก) ภาษาฝรั่งเศส ข) ภาษาเยอรมัน ค) ภาษาญี่ปุ่น ง) ภาษาจีน จ) ภาษาบาลี ฉ) ภาษาอาหรับ


5. ใครคือผู้ออกข้อสอบ 
ตอบ อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญในคณะที่เกี่ยวข้องของมหาวิทยาลัย 

6. สอบกี่ครั้ง ๆ ละ กี่ชั่วโมง กี่คะแนน 
ตอบ - GAT สอบ 3 ครั้งต่อปี คะแนนเต็ม 300 คะแนน สอบ 3 ชั่วโมง
- PAT สอบ 3 ครั้งต่อปี คะแนนเต็ม 300 คะแนน สอบ 3 ชั่วโมง 

7. สอบเมื่อไร 
ตอบ สอบเดือนมีนาคม กรกฎาคม และตุลาคม พ.ศ.2552 (ตามที่ประชุม ทปอ. ระบุ) 

8. ครั้งแรกจะสอบเมื่อไร 
ตอบ สอบเดือนมีนาคม พ.ศ.2552 

9. มีตัวอย่างข้อสอบหรือไม่ 
ตอบ มี อยู่บนเว็บไซต์ สทศ. 

10. คะแนน GAT และ PAT เก็บไว้ได้กี่ปี 
ตอบ 2 ปี เลือกคะแนนที่ดีที่สุด 

11. ใครจัดสอบ GAT และ PAT 
ตอบ สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) 

12. สมัครอย่างไร 
ตอบ สมัคร Online ผ่านเว็บไซต์ สทศ. www.niets.or.th 

14. สอบ GAT และ PAT ที่ไหน 
ตอบ ที่สนามสอบทั่วประเทศ ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้สมัครว่าอยู่จังหวัดใด 

15. จะประกาศผลสอบเมื่อใด 
ตอบ ภายหลังจากการสอบ 2 เดือน 

16. สอบ GAT และ PAT ได้กี่ครั้ง 
ตอบ มีการจัดสอบปีละ 3 ครั้ง แต่คะแนนเก็บไว้ได้ 2 ปี เท่านั้น 

17. เสียค่าสมัครสอบเท่าใด 
ตอบ ค่าสมัครวิชาละ 200 บาท 

18. คุณสมบัติของผู้มีสิทธิ์เข้าสอบ 
ตอบ จะ ต้องเป็นนักเรียนที่กำลังเรียนอยู่ในชั้น ม.5 – ม.6 หรือเทียบเท่า และ/หรือเป็น นักเรียนที่จบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือเทียบเท่า แล้วเท่านั้น 

19. ในการสอบ PAT กำหนดมั้ยคะว่า จะสอบได้กี่ PAT ต่อคน 
ตอบ แล้วแต่สาขาที่นักเรียนเลือกเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยว่า ต้องการ PAT อะไรบ้าง 

20. ถ้านักเรียน ม.6 ปีนี้ ไปเรียนมหาวิทยาลัยแล้ว ในปี 2552 จะกลับมาเข้ามหาวิทยาลัย โดยกลับมาสอบ GAT / PAT ได้หรือไม่ 
ตอบ ได้ ระบบ Admissions ปี 2553 เป็นต้นไป ทุกคนที่จะเข้ามหาวิทยาลัยต้องมีคะแนน O-NET/GAT/PAT 


21. ถ้านักเรียน ม.6 ปีนี้ ไปเรียนมหาวิทยาลัยแล้ว ในปี 2552 จะกลับมาเข้ามหาวิทยาลัย โดยกลับมาสอบ GAT / PAT ได้หรือไม่ 

ตอบ ได้ ระบบ Admissions ปี 2553 เป็นต้นไป ทุกคนที่จะเข้ามหาวิทยาลัยต้องมีคะแนน O-NET/GAT/PAT 


 ที่มา: tutoronline.co.th                                                                                                                       ขึ้นด้านบน
 
 ทำข้อสอบออนไลน์ pat ฟิสิกส์ กันคะ ความยากระดับ ปานกลาง  แต่ต้องสมัครเป็นสมาชิกก่อนนะคะ
 
 
 
 ทำข้อสอบเอ็นทรานซ์ วิชาเคมี กันคะ ความยากระดับ อ่อน คะ
 
 กดที่นี่ ทำข้อสอบคะ
 
 
Visitors: 58,518