Adverb

 

 

    

       คํากริยาวิเศษณ์ (Adverbs) คือ คําหรือวลีที่ทําหน้าที่ขยายคํากริยา คําคุณศัพท์ คํากริยา
   วิเศษณ์ด้วยกัน หรือขยายประโยค เพื่อให้เนื้อความของประโยคชัดเจนยิ่งขึ้น

 

ชนิดของกริยาวิเศษณ์ (type)

 

1. Verb (กริยา)  เช่น  He works hard every day.  ( hard เป็น adverb  ขยายคำกริยา work )

2. Adjective ( คำคุณศัพท์)  เช่น  It is surprisingly hot  today. ( surprisingly เป็น adverb ขยาย คุณศัพท์ hot )

3คำกริยาวิเศษณ์ด้วยกันเอง  เช่น The train travels very quickly.( very ซึ่งเป็น adverb ขยาย quickly ซึ่งเป็น  adverb )

4Pronoun (สรรพนาม)  เช่น  What else I can say? ( else เป็น adverb ขยาย what  ซึ่งเป็น สรรพนาม )

5. กลุ่มคำที่เป็นวลี  เช่น They lived nearly on the top of the hill. ( nearly เป็น adverb ขยายวลี on the top of the hill )

6. ประโยค  เช่น However, I was successful in the examination ( however เป็น adverb ขยายประโยคที่ตามมา )

7. จำนวนนับ   เช่น  I go to Huahin almost every week. (  almost เป็น adverb ขยายจำนวนนับ every )

8. Preposition (บุพบท)   เช่น  I hit him right on his nose . ( right ในที่นี้แปลว่า"พอดี " เป็น adverb ขยาย preposition "on")

9. Conjunction ( สันธาน ) เช่น   He didn't stop working even though he was very tired. ( even =ถึงขนาดนั้น เป็น adverbขยายสันธาน though

การจัดชนิดของ adverbs นี้  แต่ละตำราจะแบ่งไม่เหมือนกัน แต่โดยรวมแล้วเนื้อหาจะเหมือนกัน ในที่นี้จัดกลุ่มดังนี้

  • Adverb ที่ขยาย  adjective  และ adverb   ได้แก่ 
       1.Adverbs of Degree  ซึ่งปกติจะนำหน้าคำที่มันขยาย

Adverb ที่ขยาย verb ได้แก่
    2. Adverbs of Time
    3. Adverbs of Manner 
    4. Adverbs of Place
    5. Conjunctive Adverbs    
อื่นๆ 
    
6. Interrogative Adverbs  
    7. Relative Adverbs 
    8. Viewpoint and Commenting Adverbs 
    9. Adverbs phrases and clauses of purpose
    10. Adverbs of Certainty

    รายละเอียด ดังนี้ 

1. Adverbs of Degree    เป็นกริยาวิเศษณ์ทส่วนใหญ่ี่ไปขยาย adjective  หรือ adverb ด้วยกันเอง เพื่อบอกระดับหรือปริมาณความมากน้อย คำที่พบบ่อยๆ ได้แก่

  • absolutely certainly definitely, probably entirely obviously very
    almost nearly quite just too enough hardly
    completely very extremely exactly scarcely so much
    quite perhaps probably rather fairly only slightly

    ตำแหน่งของ Adverbs of Degree  ส่วนใหญ่วางหน้าคำที่มันขยาย มักจะขยาย adjective หรือ adverb  ด้วยกันเอง  และวางหน้า main verb  หรือระหว่างกริยาช่วย ( auxiliary verb )กับ main verb เช่น

    The water was extremely cold.   น้ำนั้นเย็นเจี๊ยบเลย  ( ขยาย adjective - cold)
    I am too
     tired to go out tonight.  ฉันเหนื่อยเกินไปกว่าที่จะออกไปข้างนอกคืนนี้   ( ขยาย adjective - tired)
    Please do not speak too fast.  โปรดอย่าพูดเร็วเกินไป   ( ขยาย adverb - fast )
    He hardly
     noticed what she was saying. เขาแทบไม่ได้สังเกตว่าเธอพูดอะไร ( วางหน้า main verb - noticed )
    She had almosfinished her breakfast when I came in. เธอกินอาหารเช้าเกือบเสร็จแล้วตอนที่ฉันเข้ามา   
        ( วางระหว่างกริยาช่วย  - had กับ main verb - finished
     

2. Adverbs of Time   เป็น adverb ที่ บอกว่าการกระทำนั้นเกิดเมื่อใด (when ) เป็นเวลานานแค่ไหน    ( for how long ) และบ่อยแค่ไหน ( how often ) เช่น

  • When : เช่น today, yesterday, later,now, last year, after,soon, before, sometime (ขณะใดขณะหนึ่งในอดีต,อนาคต ), immediately, recently,early
  • For how long : เช่น     all day, not long, for a while, since last year,temporarily,briefly, from......to, till, until (บางตำราแยกเป็น Adverbs of Duration )
  • How often : เช่น      sometimes (บางครั้ง บางคราว ), frequently, never, often, always, monthly  ( บางตำราแยกหัวข้อนี้ออกเป็น Adverbs of Frequency )

การวางตำแหน่งของ Adverbs of time

  •  Adverb ที่บอกว่าเกิดเมื่อใด ( When ) ส่วนมากจะนิยมวางท้ายประโยค เช่น
    I 'm going to tidy my room tomorrow. ฉันจะจัดห้องให้เป็นระเบียบเรียบร้อยพรุ่งนี้
    You have to get back before dark. คุณต้องกลับมาก่อนจะมืดค่ำ
    Everyone  arrived early. ทุกคนมาเร็วกว่าเวลาที่กำหนด 
    It is time to leave now.
     ได้เวลาที่จะต้องไปแล้ว
    แต่อาจวางหน้าประโยคได้เช่น
    Today I will go to the library. วันนี้ ฉันจะไปห้องสมุด
    Now it is time to leave. ได้เวลาที่จะต้องไปแล้ว
  •  Adverb of time ส่วนมากจะวางไว้ในกลางประโยคไม่ได้ ยกเว้น now, once, และ then เช่น It is now time to leave.
  • Adverb ที่บอกว่าเป็นเวลานานแค่ไหน ( for how long ) ส่วนมากวางท้ายประโยคเช่นกัน เช่น
     I lived in Australia for a year. ฉันเคยอยู่ที่ออสเตรเลียเป็นเวลา 1 ปี
    My daughter went out with her friends all day. ลูกสาวฉันออกไปกับเพื่อนของเธอทั้งวัน 
    John will be here from tomorrow till next week.
     จอห์นจะอยู่ที่นีตั้งแต่พรุ่งนี้ถึงอาทิตย์หน้า
  • Adverb ที่บอกว่าบ่อยแค่ไหน ( how often ) เป็นการแสดงความถี่ของการกระทำ ส่วนมากวางหน้ากริยาหลัก ( main verb ) แต่หลังกริยาช่วย  ( auxiliary verbs ) เช่น  be, have, may, must
    often eat vegetarian food. ฉันรับประทานอาหารมังสวิรัติอยู่บ่อยๆ
    He never drinks milk. เขาไม่เคยดื่มนม
    You must always fasten your seat belt.
     คุณจะต้องคาดเข็มขัดนิรภัยเสมอ (เช่น เวลาขับรถ นั่งเครื่องบิน )
  • Adverb ที่บอกว่าบ่อยแค่ไหนซึ่งระบุจำนวนเวลาของการกระทำที่แน่นอน ส่วนมากจะวางท้ายประโยค เช่น
    This magazine is published monthly. นิตยสารฉบับนี้ออกเป็นรายเดือน
    He visits his mother once a week. เขาไปเยี่ยมมารดาของเขาอาทิตย์ละครั้ง (เป็นกิจวัตร)
  • Adverbsที่สามารถวางท้ายประโยค หรือวางหน้ากริยาหลักเช่น   frequently,generally, normally, occasionally,often, regularly, sometimes, usually   เช่น 
    She regularly visits France. เธอไปฝรั่งเศสเป็นประจำอย่างสม่ำ่เสมอ
    She visits France regularly.
    We occasionally go to the cinema. เราไปดูภาพยนต์ในบางโอกาส
    We go to the cinema occasionally.

หมายเหตุ   
sometime ( ขณะใดขณะหนึ่งในอดีต,อนาคต) เป็น adverb ที่บอกว่าการกระทำเกิดเมื่อใด ( When )
sometimes ( บางครั้งบางคราว ) เป็น adverb ที่บอกความถี่ของการกระทำ ( how often ) ดังนี้
    I would like to read that book sometime.   ฉันอยากจะอ่านหนังสือเล่มนั้นเมื่อใดเมื่อหนึ่ง
    I sometimes see him in the park. ฉันเจอเขาในสวนสาธารณะเป็นครั้งคราว

3. Adverbs of Manner  เป็น adverb ที่บอกว่าการกระทำนั้นได้กระทำในลักษณะอาการอย่างไร ( How ) ส่วนมากจะเป็น adverb ที่ลงท้ายคำด้วย -ly เช่น

actively อย่างกระฉับกระเฉง any how อย่างไรก็ดี
ิaggressively อย่างก้าวร้าว loudly อย่างดัง
carefully อย่างระมัดระวัง distinctly อย่างเห็นได้ชัด
easily อย่างง่ายดาย equally โดยเท่าเทียมกัน
fast อย่างเร็ว gladly อย่างดีใจ
greedily อย่างตะกละ ละโมบ intentionally อย่างตั้งใจ
quickly อย่างเร็ว promptly อย่างไม่ชักช้า
simply โดยง่าย, ธรรมดา quietly อย่างเงียบเชียบ
still โดยสงบนิ่ง sincerely อย่างจริงใจ
together ร่วมกัน suddenly โดยกระทันหัน
wisely อย่างฉลาด well อย่างดี

 

การวางตำแหน่งของ Adverbs of Manner

  • ถ้าประโยคไม่มีกรรมให้วางหลังกริยา เช่น
    They walk slowly.  เขาเดินอย่างช้าๆ  ( ประโยคนี้ไม่มีกรรม   slowly วางหลังกริยา walk ในประโยคต่อๆไปก็เช่นกัน)
    Her eyes shine brightly. ดวงตาของเธอเป็นประกายสดใส
    We waited patiently for the show to begin. เรารอให้การแสดงเริ่มอย่างอดทน
  • ถ้าประโยคนั้นมีกรรม ให้วางหลังกรรม
    I can speak Japanese well.  ฉันพูดภาษาญี่ปุ่นได้อย่างดี ( Japanese เป็นกรรมของ speak )
    She sings the song beautifully. เธอร้องเพลงนั้นได้เพราะ  ( song เป็นกรรมของ sing )
  • Adverb of Manner ที่ลงท้ายด้วย -ly หรือเป็นคำที่แสดงความเห็นของผู้พูดเกี่ยวกับการกระทำนั้น ส่วนใหญ่นิยมวางไว้ในประโยค 
    I have carefully considered  all of the possibilities. ฉันได้พิจารณาความเป็นไปได้ต่างๆอย่างระมัดระวัง
    hardly had any time to talk to him. ฉันไม่ค่อยมีเวลาคุยกับเขา
  • Adverbs of Manner อาจจะวางไว้หน้าประโยคได้เมื่อต้องการเน้น  Adverb นั้น
    Patiently, we waited for the show to begin.  เรารอให้การแสดงเริ่มอย่างอดทน
  • ประโยคอุทานที่ขึ้นต้นด้วย How ให้วาง Adverbs of Manner  ไว้หลัง How เช่น
    How quickly the time passes!  เวลาช่างผ่านไปเร็วอะไรเช่นนี้
    How hard she works! เขาทำงานหนักอะไรอย่างนี้
  • นประโยค passive voice  ถ้ามี Adverb of Manner มาขยาย ให้วางไว้หน้ากริยาช่อง 3 เสมอ
    The report was well written. รายงานนั้นได้มีการเขียนเป็นอย่างดี
  • ในการใช้อย่างเป็นทางการ ( formal English )  จะไม่วาง Adverb of Manner ตามหลัง to ใน  infinitive
    I wanted to carefully consider the situation. (informal)  
        ฉันต้องการพิจารณาสถานการณ์นั้นอย่างระมัดระวัง
    I wanted to consider the situation carefully. ( formal )
  • Adverb of Manner ที่เป็น phrases และ clauses  ปกติวางท้ายประโยค
    We arrived on foot. เราไปถึงโดยการเดิน  ( on foot เป็น phrase )
    We finished the work as quickly as we could.  
        เราได้ทำงานเสร็จลงอย่างรวดเร็ว
    เท่าที่สามารถจะทำได้ 
        ( as quickly as we could เป็น clause )

แต่ในกรณีที่ต้องการเน้น สามารถนำมาไว้หน้าประโยคได้
As quickly as we could, we finished the work.

4. Adverb of Place   เป็น adverb ที่ บอกว่าการกระทำนั้นเกิดขึ้นที่ไหน  ( Where ) คำที่ใช้บ่อย  เช่น

  • ีupstairs downstairs outside inside outdoors indoors here there
    somewhere nowhere everywhere anywhere elsewhere home southwards backwards
    • ตำแหน่งของ Adverb of Place ปกติจะวางท้ายประโยคหลังกริยาหลัก ( main verb ) หรือหลังกรรม ( object )และไม่มีคำอื่นต่อท้าย เช่น
          The students are walking home
              พวกนักเรียนกำลังเดินกลับบ้าน ( วางท้ายประโยคและหลังกริยา)
          You 'll find these flowers everywhere.
              คุณจะพบว่ามีดอกไม้เหล่านี้อยู่ทุกหนแห่ง  ( วางท้ายประโยคหลังกรรม- flowers )
          The books are here
              หนังสืออยู่ที่นี ( วางท้ายประโยคหลังกริยาช่วย- are )
          Cat don't usually walk backwards.
              .แมวไม่่เดินถอยหลัง (วางท้ายประโยคหลังกริยาหลัก- walk )

      หมายเหตุ  towards เป็น preposition ซึ่งจะต้องตามด้วย nouns หรือ pronouns เท่านั้น มิใช่ Adverb of Place  เช่นประโยคต่อไปนี้ 
          He walked towards the car.  เขาเดินตรงไปที่รถ ( car เป็น  noun )
    • นอกจากนั้นมีคำต่อไปนี้ ซึ่งถ้าใช้ตามหลังคำกริยาโดยไม่มีคำอื่นต่อท้ายอีกจึงจะทำหน้าที่เป็น Adverb of Place   หากมีคำต่อท้ายจะทำหน้าที่เป็นบุพบท (preposition) 
    above along at, across after about around away
    ิิัby below before back behind on up down
    near next in through off over aside under

    เช่น  
    He told me to stand up.  
        เขาบอกให้ฉันยืนขึ้น ( upในที่นี้เป็น adverb of place ขยาย stand )
    Jack climbed up the ladder. 
        แจ๊คปีนขึ้นบันได ( up ในที่นี้ทำหน้าที่ี้เป็น preposition แสดงความสัมพันธ์ระหว่าง Jack กับบันได)

 

5. Conjunctive Adverbs  เป็นกริยาวิเศษณ์ที่ทำหน้าที่เป็นคำเชื่อมอนุประโยค (independent clause )ในประโยค   โดยมีข้อความของอนุประโยคหน้าและอนุประโยคหลังเชื่อมโยงกัน   เช่นคำต่อไปนี้

accordingly also anyway 
besides certainly consequently
further furthermore hence however incidentally indeed
meanwhile moreover namely nevertheless next nonetheless
similarly still then thereafter therefore thus
finally likewise otherwise finally instead now
undoubtedly so  again in fact for example on the contrary
  • การใช้ Conjunctive Adverbs ในการเชื่อมอนุประโยคจะต้องใช้ semi colon ในการเชื่อมประโยคและคำ Conjunctive Adverbs ต้องมี comma ตาม   ยกเว้น so และ otherwise ไม่ต้องมี comma  เช่น

    Bill went to school; however, he didn't attend classes.  
        บิลไปโรงเรียนแต่ไม่ได้เข้าเรียน
    The check was for more than the balance; consequently, it bounced. 
        จำนวนเงินในเช็คนั้นมากกว่าเงินในบัญชี เช็คจึงเด้ง
    You will need to focus on the goal; otherwise it is easy to get distracted.  
        คุณต้องมุ่งจุดสนใจไปที่เป้าหมาย มิฉะนั้นอาจจะถูกทำให้เขวได้ง่าย  ( ไม่ต้องมี comma ตาม otherwise )

Conjunctive Adverbs วางได้หลายตำแหน่งโดยความหมายไม่เปลี่ยนไป เช่น

We wanted to go on a picnic; however, the weather turned bad and we weren't able to go.
    เราต้องการไปปิคนิค อย่างไรก็ดีเกิดอากาศไม่ดีขึ้นมาเราจึงไปไม่ได้ 
We wanted to go on a picnic; the weather turned bad, however,and we weren't able to go
.
We wanted to go on a picnic. The weather turned bad and we weren't able to go, however. 
    ประโยคนี้ไม่ต้องมี semi colon เนื่องจากเป็น 2 ประโยคไม่ใช่ 2 อนุประโยค

โปรดสังเกตว่า semicolon เป็นเครื่องหมายเชื่อมอนุประโยค ไม่ใช่เครื่องหมายนำหน้า Conjunctive Adverbs

6Interrogative Adverbs  เป็นกริยาวิเศษณนำในประโยคคำถาม ได้แก่คำดังต่อไปนี้   why, where, how, when เช่น

Why are you so late?   ทำไมคุณสายจัง
Where is my passport? หนังสือเดินทางฉันอยู่ไหน
How much is that coat? เสื้อโค้ตตัวนั้นราคาเท่าไร
When does the train arrive?  รถไฟมาถึงเมื่อไร

หมายเหตุ   how สามารถใช้ได้ 4 วิธี

1. ในความหมาย 'ทำอย่างไร ( in what way)?':
    How did you make this sauce? คุณทำซอสนี้อย่างไร
    How do you start the car?  คุณติดเครื่องรถยนต์อย่างไร

2. ใช้กับ adjectives:
    How tall are you? คุณสูงเท่าไร
    How old is your house? บ้านคุณเก่าแค่ไหน

3. ใช้กับ much และ many:
    How much are these tomatoes? มันฝรั่งนี้ราคาเท่าไร
    How many people are coming to the party? จะมีคนมางานปาร์ตี้กี่คน

4. ใช้กับ adverbsตัวอื่นๆ :
    How quickly can you read this? คุณอ่านนี่ได้เร็วแค่ไหน
    How often do you go to London? คุณไปลอนดอนบ่อยแค่ไหน

7. Relative Adverbs  เป็นคำกริยาวิเศษณ์นำหน้า relative clause ได้แก่คำ when, where, why  แทนคำ preposition + which

 

I remember the day when we first met . ฉันจำวันที่เราพบกันครั้งแรกได้  
    ( when = preposition on + which )
That's the restaurant where we had dinner last night. 
    นั่นคือภัตราคารที่เรามาทานอาหารเ้ย็นกันเมื่อวานนี้ ( where= preposition at/in + which)
The reason why he refused is unconvincing. 
    เหตุผลที่เขาปฏิเสธนั้นไม่น่าเชื่อถือเลย   ( why= preposition for + which )

 

8. Viewpoint and Commenting Adverbs  เป็นคำกริยาวิเศษณ์แสดงความเห็นของผู้พูด  ส่วนมากได้แก่คำต่อไปนี้

 

honestly seriously confidentially personally
surprisingly ideally economically officially
obviously clearly    

 

Honestly, I think he is a liar. จริงๆนะ ฉันว่าเขาเป็นคนโกหก
Personally, I'd rather go by train. โดยส่วนตัวแล้วฉันอยากจะเดินทางโดยรถไฟ
You obviously enjoined your meal.

 

9. Adverbs phrases and clauses of purpose เป็นคำกริยาวิเศษณ์ที่ตอบคำถาม "Why" ในรูปของวลีหรืออนุประโยค เช่น

 

I went to the store yesterday to buy  some sugar
I will go to the library tomorrow to return  the book.
I need to buy a new shirt because my old one is worn out.

สามารถจะนำวลีหรืออนุประโยคนั้นวางหน้าประโยคได้โดยตามด้วย comma
Because it was such a beautiful day, I decided to go for a walk.

 

10Adverbs of Certainty  เป็นคำกริยาวิเศษณ์ แสดงความรู้สึกแน่ใจของผู้พูด คำที่ใช้มากเช่น

 

certainly,definitely, probably, undoubtedly, surely

He definitely left the house this morning
He has certainly forgotten the meeting
He will probably remember tomorrow
Undoubtedly, Winston Churchill was a great politician.

หมายเหตุ คำบางคำอาจทำหน้าของกริยาวิเศษณ์ได้หลายอย่างเช่น   undoubtedly  เป็นได้ทั้ง conjunctive adverbs เชื่อมอนุประโยค และ Adverb of Certainty แสดงความแน่ใจ

เพิ่มเติม

คำกริยาวิเศษณ์ที่ทำหน้าที่บอกเวลา (adverbs of time) เช่น soon, lately, recently, today, tomorrow, yesterday, etc.

ตัวอย่าง

     John will arrive soon.

       Henry has not been feeling very well lately 

1.1 คำกริยาวิเศษณ์ที่ทำหน้าที่บอกสถานที่ (adverbs of place) เช่น here, there, upstairs, downtown, inside, outside, etc.

ตัวอย่าง

      The children are upstairs.

        George went downtown.

1.2 คำกริยาวิเศษณ์ที่ทำหน้าที่บอกอาการ (adverbs of manner) เช่น quietly, nicely, graciously, quickly, rapidly, slowly, steadily, safely, silently, etc.

ตัวอย่าง

      Henry runs very quickly.

        George sat there quietly.

        John walked slowly, thinking about his future.

1.3คำกริยาวิเศษณ์ที่ทำหน้าที่บอกระดับ (adverbs of degree) เช่น very, rather, fairly, quite, slightly, extremely, etc.

ตัวอย่าง

      Henry speaks very fast.

        George wrote a fairly good essay.

1.4คำกริยาวิเศษณ์ที่ทำหน้าที่บอกความถี่ (adverbs of frequency)  เช่น often, seldom, 

        always, frequently, every day, rarely, occasionally, etc.

ตัวอย่าง

        Susan always gets up late.

        Peter rarely watches television.

1.5 คำกริยาวิเศษณ์ที่ทำหน้าที่บอกเน้นคำหรือข้อความ (focus adverbs) เช่น even, just, merely, only, really, simply, too, as well, etc.

ตัวอย่าง

      Tim knows only half of it.

        Jane came merely to visit her parents.

        Tom even typed the report himself.

 

1.6คำกริยาวิเศษณ์ที่ทำหน้าที่บอกทัศนคติของผู้พูดหรือผู้เขียนต่อสิ่งที่พูดหรือเขียน (viewpoints adverbs) เช่น clearly, evidently, frankly, honestly, generally, normally, briefly, hopefully, etc.

ตัวอย่าง

      Hopefully, they will arrive at an agreement.

        Frankly, I am not satisfied with your work.

1.7คำกริยาวิเศษณ์ที่ทำหน้าที่เชื่อมความ (connective adverbs) เช่น however, on the contrary, meanwhile, furthermore, moreover, as a result, consequently, etc.

ตัวอย่าง

      Henry smoked heavily and as a result, he suffered from lung cancer.

        Jack lied to his parents and friends.  Moreover, he stole some money from them.

    • 2     ตำแหน่งของคำกริยาวิเศษณ์  คำกริยาวิเศษณ์จะปรากฏในตำแหน่งต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

2.1 ต้นประโยค เช่น

     Soon John fell asleep.

       สำหรับประโยคที่ขึ้นต้นด้วยคำกริยาวิเศษณ์ที่มีความหมายปฏิเสธหรือเชิงปฏิเสธ เช่น never (ไม่เคย), hardly (โดยยากเกือบไม่เคย), rarely (นาน ๆ ครั้งไม่ใคร่จะ), seldom (นาน ๆ ครั้งไม่ใคร่จะ), etc.  กริยาช่วยจะอยู่หน้าประธานของประโยค ส่วนกริยาแท้หรือกริยาหลักจะอยู่หลังประธาน เช่น

       Never has John come home early.

       Hardly did Mary stay up late.

       Rarely does she go to the movies.

       Seldom did John help his wife with the house work.

2.2 หลังประธานและก่อนกริยาช่วยหรือกริยาแท้ เช่น

     seldom drink coffee.

       I do not want that job and I never will.

2.3 หลังกริยาช่วยคำแรก เช่น

     Young children should never be left unattended.

2.4 หลัง BE เมื่อ BE เป็นกริยาแท้ เช่น

     Henry is definitely the right person for the job.

       Mary is here.

2.5 หลังคำกริยา เช่น

     Jane speaks slowly.

2.6 หลังกรรม เช่น

     Charlie ate his breakfast quietly.

2.7 หลัง complement เช่น

     John has been lonely lately.

 

    • 3    คำกริยาวิเศษณ์แสดงการเปรียบเทียบ

คำกริยาวิเศษณ์สามารถใช้ในการเปรียบเทียบได้เช่นกัน คำกริยาวิเศษณ์ที่แสดงการเปรียบเทียบจะมีรูปแตกต่างออกไป  การเปรียบเทียบมี  3 ระดับ ดังนี้

    • 3.1           การเปรียบเทียบในระดับที่เท่ากัน ใช้ as…as เช่น

Peter studied as hard as Jack.

Ann gets up as early as six o’clock on working days.

                                ในกรณีที่ต้องการกล่าวว่า ไม่เท่ากัน จะใช้ not as…as หรือ not so…as เช่น

                                Laura did not study as hard as Mary.

                                Laura does not get up so early as Ann.

    • 3.2  การเปรียบเทียบในระดับมากน้อยกว่ากัน  คำกริยาวิเศษณ์พยางค์เดียว จะเติม –erท้ายคำ และตามด้วยคำว่า than เช่น

Jeff walks more slowly than Henry.

Peter writes more legibly than before.

Jane has been visiting her parents more often than before.

The staff are working less enthusiastically than ever.

    • 3.3           การเปรียบเทียบในระดับมากที่สุดหรือน้อยที่สุด  คำกริยาวิเศษณ์พยางค์เดียวและคำกริยาวิเศษณ์ พยางค์ ที่มีรูปเหมือนกับคุณศัพท์ จะนำหน้าด้วยคำว่าthe และเติมท้ายด้วย -est เช่น

Alice can run the fastest of all of us.

Henry gets up the earliest in the family.

            ส่วนคำกริยาวิเศษณ์ตั้งแต่ พยางค์ขึ้นไป จะนำหน้าด้วยคำว่า the most หรือ the least เช่น

                                Jane behaves the most politely of al the girls in class.

                                Jill speaks the least sensibly of all.

 

                ***คำกริยาวิเศษณ์ที่มีรูปการเปรียบเทียบที่ไม่เป็นไปตามกฎดังกล่าวข้างต้น มีอยู่หลายคำ เช่น

คำคุณศัพท์

การเปรียบเทียบในขั้นกว่า

การเปรียบเทียบในขั้นที่สุด

well

badly

little

much

far

far

better

worse

less

more

farther

further

best

worst

least

most

farthest  (ใช้กับระยะทาง)

furthest (ใช้กับระยะทางและอื่น ๆ)

 

 

แต่มีคําคุณศัพท์บางตัวที่ยกเว้น

Positive Comparative Superlative

 

 

well 
badly 
little (adj./adv.)
much (adj./adv.) 
far (adj./adv.)

 

 

better
worse 
less 
more 
farthest

 

 best
 worst
 least
 most
 furthest



    • 4     คำที่เป็นได้ทั้งคำคุณศัพท์และคำกริยาวิเศษณ์

คำในภาษาอังกฤษบางคำเป็นได้ทั้งคำคุณศัพท์และคำกริยาวิเศษณ์ เช่น early, well, close, wrong hard, etc.  การที่จะระบุว่าเป็นคำคุณศัพท์หรือคำกริยาวิเศษณ์ จะต้องดูว่าทำหน้าที่อะไร ถ้าทำหน้าที่ขยายคำนาม คำสรรพนาม หรือนามวลี  ก็จะเป็นคำคุณศัพท์  แต่ถ้าขยายคำประเภทอื่น ๆ ก็จะเป็นคำกริยาวิเศษณ์  ดังตัวอย่างต่อไปนี้

           You are early today. (early เป็นคำคุณศัพท์ เพราะขยาย You ซึ่งเป็นคำสรรพนาม)

           Jack got up early. (early เป็นคำกริยาวิเศษณ์ เพราะขยาย got up ซึ่งเป็นคำกริยา)

           The assignment is hard. (hard เป็นคำคุณศัพท์ เพราะขยาย assignment ซึ่งเป็นคำนาม)

           Henry works hard. (hard เป็นคำกริยาวิเศษณ์ เพราะขยาย works ซึ่งเป็นคำกริยา)

           John is my close friend. (close เป็นคำคุณศัพท์ เพราะขยาย friend ซึ่งเป็นคำนาม)

           We live close to our school. (close เป็นคำกริยาวิเศษณ์ เพราะขยาย live ซึ่งเป็นคำกริยา)

 

from:ict,tou.ac

 

 

 

 

Visitors: 58,522