อ่านหนังสืออย่างไรไม่ให้ง่วง

อ่านหนังสือย่างไรไม่ให้ง่วง

เคยเป็นมั้ย เวลาอ่านแล้วหลับคาหนังสือไปเลย แต่ไม่ใช่แค่นั้นน่ะ บางทีมันก็มาในรูปของ “การหลับใน” ไม่ใช่เป็นกันได้เฉพาะเวลาขับรถนะ สำหรับการอ่านหนังสือคือเราจะสามารถอ่านต่อไปได้ วันนี้เรามิวิธีกำจัดความง่วงออกไปได้โดย อ่านในที่ที่มีแสงสว่างเพียงพอ เคยเห็นในหนังมั้ยครับที่แบบปิดไฟมืดๆ แล้วเรามานั่งบนโต๊ะ เปิดไฟเหลืองๆ สลัวๆอ่านหนังสือ บางคนคงแบบอย่างนี้อ่ะดีจัดบรรยากาศการอ่านหนังสือให้โรแมนติก รับรองว่าเราจะได้โรแมนติกกันถึงในฝันแน่นอน เพราะว่าในการอ่านตาของเราต้องการแสงสว่างที่เพียงพอครับ ถ้าอ่านในที่สลัวๆตาของเราจะต้องทำงานหนัก เมื่ออ่านได้สักพักก็จะเกิดอาการเมื่อยล้าของดวงตา จนต้องหลับเพื่อพักสายตาในที่สุด ดังนั้นถ้าอยากอ่านหนังสือได้นานๆ ต้องอ่านในที่สว่างไว้ step by step เวลาอ่านหนังสือไปทีละเรื่องอย่าข้ามเรื่องครับ สังเกตได้จากเวลาเรียนเช่นกันครับ เวลาเราขาดเรียนไปนานๆ พอเข้ามาเรียนแล้วเรียนไม่รู้เรื่องเราก็จะง่วงและหลับลงในที่สุด เพราะงั้นการเรียนและการอ่านเราต้องไปทีละขั้นนะครับ ตามเนื้อหาของมัน จำไว้ค่ะ ความงงเป็นบ่อเกิดของความง่วงค่ะ งงมากก็ง่วงมาก งงน้อยก็ง่วงน้อย ไม่งงเลยก็จะไม่ง่วงเลย กินแต่พอดี การกินอาหารก่อนการเรียนหรืออ่านหนังสือนี่ก็เกี่ยวนะ เราควรกินพอดีๆ ไม่ให้อิ่มมากเกินไป ตามคำกล่าวที่ว่า “หนังท้องตึง หนังตาหย่อน” ถ้าอิ่มมากๆจะทำให้เราง่วงพักผ่อนให้เพียงพอด้วยล่ะ

 

...............................................................................................................................................................................

 

 

ความสุขไม่ต้องรอใคร เราสร้างเอาเองได้

 

เมื่อเราอารมณ์ดีและทัศนคติในแง่บวกดี ไม่ใช่คุณสมบัติที่มีติดตัวมาแต่เกิด เพราะในระดับความสุขของคุณเป็นทักษะที่เรียนรู้กันได้ด้วยการมองโลกผ่านสายตาที่มีความสุขหรือมองโลกในแง่ดี และนี่คือ 8 วิธีที่จะสร้างทัศนคติแง่บวก อันเป็นนิสัยที่จะสร้างความสุขให้แก่คุณในทุก ๆ วัน

1. คิดทีละเรื่อง

อย่าจมอยู่กับสิ่งที่คุณไม่อยากได้ และถ้าคุณคิดแต่สิ่งดี ๆ คุณจะไม่อาจคิดถึงเรื่องแย่ ๆ ได้ในเวลาเดียวกัน ดังนั้น ครั้งต่อไปที่ความคิดในแง่ลบผุดขึ้นมา หันไปคิดถึงประสบการณ์ที่สำราญใจแทน จากนั้น เช็กความคิดคุณเป็นระยะ ๆ เพื่อดูว่าคุณกำลังคิดในแง่ดีหรือแง่ร้าย ถ้าคุณกำลังคิดอะไรในแง่ลบก็ขับไล่มันไปซะ

2. ใช้ชีวิตราวกับเป็นวันสุดท้ายเสมอ

อย่าเพียงแค่ให้เวลาผ่านไปวัน ๆ จงใช้ชีวิตราวกับว่ามันคือวันสุดท้ายในโลกนี้ ความกระตือรือร้นและทัศนคติที่ดีติดต่อถึงกันได้ คุณจะพบว่าคนอื่นที่ถูกดึงดูดเข้ามาหาคุณคือคนที่กระตือรือร้นต่อชีวิตและการมีชีวิตเช่นกัน และมันจะยิ่งเพิ่มพลังให้แก่คุณ

3. ลงมือทำ

อย่ารอจนกระทั่งสิ่งที่ไม่ดีเกิดกับตัวเองแล้วจึงค่อยจัดการกับมัน จงตื่นตัวและเป็นผู้กระทำให้สิ่งดี ๆ เกิดขึ้นอยู่เสมอ คุณเพียงผู้เดียวรับผิดชอบในสิ่งที่คุณกระทำต่อชีวิต และคุณมีเพียงชีวิตเดียว ฉะนั้น อย่าทำให้มันสูญเปล่า สร้างชีวิตที่ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทีละวัน ทีละก้าว

4. สิ่งดี ๆ สามารถเกิดได้จากทุกอย่าง

ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเลวร้ายแค่ใดก็ตาม เปิดตัวเองให้เรียนรู้ และสร้างความแข็งแกร่งจากสิ่งเลวร้ายที่เกิดในชีวิตคุณ เรียนรู้ที่จะมองโลกในแง่ดี ถึงแม้จะมีสิ่งเลวร้ายเกิดขึ้นก็ตาม มันจะช่วยให้คุณก้าวผ่านช่วงเวลาเลวร้ายไม่ได้อย่างแข็งแรงกว่าเดิม และมุ่งมั่นมากขึ้น

5. ยินดีและพึงพอใจในสิ่งที่มี

ไม่มีอะไรผิดกับการมีความฝันและเป้าหมาย และความปรารถนาที่จะได้อะไรในชีวิตมากขึ้น แต่อย่าลืมที่จะยินดีและพึงใจในสิ่งที่คุณมีอยู่แล้ว คนที่ไม่เคยพอใจสิ่งที่ตัวเองมีอยู่แล้วจะ “ตะกละตะกลาม” และ “ยากจน” เหมือนไม่เคยมีอะไรเลย และนั่นก็ทำให้เขาไม่ได้อะไรมาเลยด้วย

 

buyfromleo

Visitors: 58,518